วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

ความสัมพันธ์สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม(ต่อ)

ปฏิสัมพันธ์(Interaction)ในระบบนิเวศ
ปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต
เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้รับความกระทบกระเทือนจะส่งผลให้อีกสิ่งหนึ่งได้รับความกระทบกระเทือนด้วย มีการ ถ่ายทอดพลังงาน ( Transfer Energy )โดยการกินต่อกันเป็นทอด ๆ (Trophic Level)ในลักษณะของห่วงโซ่อาหาร( Food Chain )และ สายใยอาหาร(Food Web) มีการหมุนเวียนของสสารเป็นวัฏจักร ( Cycling of Matter )
 
 
ลำดับขั้นการกินในระบบนิเวศ
  • ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดในระบบนิเวศ
  • พืชจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเปลี่ยนแปลงพลังงานแสงเป็นพลังงานเคมีได้โดยกระบวนการสังเคราะห์แสง ( Photosynthesis ) พืชจึงจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็น ผู้ผลิต(Producers)
  • ส่วนสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้บริโภค ( Consumers )มีหลายประเภทสามารถแบ่งตามลำดับขั้นการกินได้ หลายชนิด
ความสมดุลของระบบนิเวศ
องค์ประกอบของระบบนิเวศนั้น ๆ คือ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย
ในการทำให้เกิดการหมุนเวียนของธาตุอาหาร ผ่านสิ่งมีชีวิต ถ้าระบบนิเวศนั้นได้รับพลังงานอย่างพอเพียง
 
ภาวะสมดุล (Equilibrium )
ภาวะสมดุล (Equilibrium ) ขึ้นมาในระบบนิเวศนั้น ๆ
โดยมีองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดทำให้แร่ธาตุและสสารกับสิ่งแวดล้อมนั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากซึ่งทำให้ระบบนิเวศนั้นมีความคงตัวและไม่มีอุปสรรคขัดขวางวัฏจักรของธาตุอาหาร แล้วก็จะทำให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ
 
ระบบนิเวศปิด (Closedecosystem)
ระบบนิเวศปิด(Closedecosystem)ระบบนิเวศนี้มีการถ่ายทอดพลังงานภายในระบบนิเวศนั้นแต่ไม่มีการถ่ายทอดพลังงานระหว่างระบบนิเวศอื่นๆในบริเวณใกล้เคียง ได้แกระบบนิเวศ ที่มนุษย์สร้าง ในที่จำกัด และปิดผนึกแน่น เช่น ระบบนิเวศในตู้เพาะเลี้ยงปลา เป็นต้น
 
ระบบนิเวศเปิด (Opend Ecosystem)
ระบบนิเวศเปิด (Opend Ecosystem) เป็นการถ่ายทอดพลังงานและสารอาหารระหว่างภายใน และ นอกระบบนิเวศนั้นๆ ระบบนิเวศแบบนี้พบในธรรมชาติทั่วไป
 
    สรุป
    ระบบนิเวศ คือ กลุ่มสิ่งมีชีวิต+สภาพแวดล้อมทางกายภาพ
อิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
ปัจจัยใดที่ขาดไปแล้วทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้เรียกว่า
(
Limiting factor) เช่น 1 อุณหภูมิมีอิทธิพลต่อ - กระบวนการทางสรีรวิทยาของพืชและสัตว์เลือดเย็น
- การอพยพย้ายถิ่นของสัตว์เลือดอุ่น
- การแพร่กระจายของพืชและสัตว์ต่างๆ
- การเจริญเติบโต การร่วงของผลและใบ การงอกของเมล็ด
2.  แสงสว่างมีอิทธิพลต่อ - อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
- การหุบบานของดอกไม้
, การออกดอกและติดผลของพืช
- พฤติกรรมการหาอาหารของสัตว์
3.  น้ำมีอิทธิพลต่อ - การแพร่กระจายของพืชและสัตว์
- การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ฯลฯ
อิทธิพลของลมและแก๊ส
ลม ( Wind ) มีความสำคัญต่อการแพร่กระจายของละอองเรณูและกาแพร่กระจายของเมล็ดพืชบางชนิด
     แก๊สที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิต คือ ออกซิเจน  ซึ่งต้นไม้สามารถเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นแก๊สออกซิเจนโดยกระบวนการสังเคราะห์แสง
แร่ธาตุที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชและการเปลี่ยนหมุนเวียนสาร
ในระบบนิเวศที่สำคัญได้แก่  N  P  K  S  Na  Mg  etc.
 อิทธิพลของความเค็ม/ กรด-เบส
พืชบางชนิดเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความเค็ม  (Salinity) มากกว่าปกติ  พืชและสัตว์บางชนิดก็ไม่สามารถทนต่อความเค็มของดินและน้ำได้
ในน้ำและดินแต่ละพื้นที่มีสภาพความเป็นกรด-เบสต่างกันขึ้นอยู่กับปริมาณแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ละลายในบริเวณนั้น ทำให้พืชบางชนิดดูดซึมแร่ธาตุในดินและน้ำต่างกันซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน เช่น ส้ม มะม่วง เจริญเติบโตในดินที่มีสภาพความเป็นกรดสูง  แต่ข้าวไม่สามารถเจริญได้  หรือ สาหร่ายสไปรูลินาเจริญเติบโตได้ดีในภาวะความเป็นเบสสูงมาก ฯลฯ


ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดในระบบนิเวศเดียวกัน
(
Interspecific interaction) แบ่งเป็น 3 รูปแบบคือ
1) แบบพึ่งพาอาศัยกัน (Symbiosis)
2) แบบปฏิปักษ์ต่อกัน ( Antagonism)
3) แบบเป็นกลางต่อกัน ( Neutralism : 0 , 0)
ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน (Symbiosis) เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2ชนิด ที่ทำให้ฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์โดยไม่มีฝ่ายใดเสียประโยชน์เลยได้แก่
1.1 ภาวะพึ่งพา (
Mutualism : +,+) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยต่างก็ได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกัน หากแยกกันอยู่จะไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ เช่น   ไลเคนส์ ( Lichens) : สาหร่ายอยู่ร่วมกับสาหร่าย สาหร่ายได้รับความชื้นและแร่ธาตุจากรา ราได้รับอาหารและออกซิเจนจากสาหร่าย
- โพรโทซัวในลำไส้ปลวก : โพรโทซัวชนิด
Trichonympha sp. ช่วยย่อยเซลลูโลสให้ปลวกปลวกให้ที่อยู่อาศัยและอาหารแก่โพรโทซัว
แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ : แบคทีเรียชนิด Escherichia coli ช่วยย่อยกากอาหารและสร้างวิตามิน K , B ให้มนุษย์ ส่วนมนุษย์ให้ที่อยู่อาศัยและอาหารแก่แบคที่เรีย
- แบคทีเรียในปมรากพืชตระกูลถั่ว : แบคททเรียชนิด
Rhizobium sp. ช่วยตรึง N ในอากาศเป็นไนเตรต ( NO) ในดินให้ถั่วใช้ประโยชน์ได้ ส่วนถั่วให้ที่อยู่อาศัยแก่แบคทีเรีย
- ราในรากพืชตระกูลสน : ราชนิด
Mycorrhiza sp. ช่วยทำให้ฟอสฟอรัสในดินอยู่ในรูปที่สนนำไปใช้ประโยชน์ได้ และสนให้ที่อยู่อาศัยและอาหารแก่รา
- สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำในแหนแดง : สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชนิด Anabaena sp. และ Nostoc sp. ช่วยตรึง N ในอากาศเป็น NO ให้แหนแดงนำไปใช้ประโยชน์ได้ ส่วนแหนแดงให้ที่อยู่อาศัยแก่สาหร่าย
1.2 . ภาวะใต้ประโยชน์ร่วมกัน ( Protocooperation  : + ,+ )หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยก็ได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกัน แม้แยกกันอยู่ก็สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ เช่น
- แมลงกับดอกไม้ : แมลงได้รับน้ำหวานจากดอกไม้ ส่วนดอกไม้ได้แมลงช่วยผสมเกสรทำให้แพร่พันธุ์ได้ดีขึ้น
- ปูเสฉวนกับดอกไม้ทะเล (
sea anemone) : ดอกไม้ทะเลซึ่งเกาะอยู่บนปูเสฉวนช่วยป้องกันภัยและพรางตัวให้ปูเสฉวน ส่วนปูเสฉวนช่วยให้ดอกไม้ทะเลเคลื่อนที่หาแหล่งอาหารใหม่ๆได้
 
-มดดำกับเพลี้ย : มดดำช่วยช่วยป้องกันอันตรายและพาเพลี้ยไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืชที่ดูดน้ำหวาน โดยมดดำจะได้รับน้ำหวานที่เพลี้ยดูดจากพืชด้วย - นกเอี้ยงกับควาย : นกเอี้ยงช่วยกินแมลงและปรสิตบนหลังควาย รวมทั้งช่วยเตือนภัยให้แก่ควายอีกด้วย
1.3 ภาวะอิงอาศัยหรือภาวะเกื้อกูล ( Commensalism : + , 0)หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้และไม่เสียประโยชน์ เช่น
- ปลาฉลามกับเหาฉลาม : เหาฉลามเกาะติดกับปลาฉลาม ได้เศษอาหารจากปลาฉลามโดยปลาฉลามก็ไม่ได้และไม่เสียประโยชน์อะไร
- พืชอิงอาศัย (
epiphyte) บนต้นไม้ใหญ่ : พืชอิงอาศัย เช่น ชายผ้าสีดาหรือกล้วยไม้เกาะอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ได้รับความชุ่มชื้น ที่อยู่อาศัยและแสงสว่างที่เหมาะสมโดยต้นไม้ใหญ่ไม่ได้และไม่เสียประโยชน์
- นก ต่อ แตน ผึ้ง ทำรังบนต้นไม้ : สัตว์เหล่านี้ได้ที่อยู่อาศัย หลบภัยจากศัตรูธรรมชาติโดยต้นไม้ไม่ได้และไม่เสียประโยชน์อะไร
2.2 ภาวะล่าเหยื่อ ( Predation : + , -) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตโดยฝ่ายหนึ่งจับอีกฝ่ายหนึ่งเป็นอาหาร เรียกว่า ผู้ล่า (predator) ส่วนฝ่ายที่ถูกจับเป็นอาหารหรือถูกล่า เรียกว่า เหยื่อ ( prey) เช่น
    -  แมวกับหนู  แมวเป็นผู้ล่า หนูเป็นเหยื่อ
    -  เสือกับกวาง  เสือเป็นผู้ล่า กวางเป็นเหยื่อ
2.3 ภาวะแข่งขัน ( Competition : - ,-) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่มีการแย่งปัจจัยในการดำรงชีพเหมือนกันจึงทำให้เสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เช่น เสือ ,สิงโต , สุนัขป่าแย่งชิงกันครอบครองที่อยู่อาศัยหรืออาหารพืชหลายชนิดที่เจริญอยู่ในบริเวณเดียวกัน เป็นต้น
2.4 ภาวะหลั่งสารยับยั้งการเจริญ ( Antibiosis : 0 , -) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหลั่งสารมายับยั้งการเจริญของแบคทีเรียสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน บางชนิดหลั่งสารพิษ เรียกว่า hydroxylamine ทำให้สัตว์น้ำในบริเวณนั้นได้รับอันตราย
3) แบบเป็นกลางต่อกัน(Neutralism :0,0)
เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่เป็นอิสระต่อกันจึงไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้หรือเสียประโยชน์ เช่น
- แมงมุมกับกระต่ายอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้า แมงมุมกินแมลงเป็นอาหาร ส่วนกระต่ายกินหญ้าเป็นอาหารจึงไม่มีฝ่ายใดได้หรือเสียประโยชน์
- กบกับไส้เดือนดินอาศัยอยู่ในทุ่งนา กบกินแมลงเป็นอาหาร ส่วนไส้เดือนดิน กิน
 
ความสัมพันธ์สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม(ต่อ)

ความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม



ความสัมพันธ์มนุษย์กับสิ่งแวดล้อมในแหล่งที่อยู่ประเทศอินเดีย

ความสัมพันธ์ชีวิตสิ่งแวด